วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ลืมรหัสผ่าน

สมัครงาน คลิกที่นี้
คลีนิคแรงงาน
สมัครสมาชิกกับสภาอุตสาหกรรมฯ
สมัครงานสำหรับนักศึกษา
สมัครงานสำหรับคนพิการ


สมัครงานกับสภาอุตสาหกรรมฯ


smartjob
ตลาดงานคนพิการ
ตลาดอาชีพอิสระคนพิการ
มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

เมื่อ ‘หุ่นยนต์-AI’ เข้ามาแทนที่คน ‘ผู้หญิง’ เสี่ยงตกงานมากกว่า ‘ผู้ชาย’
วันที่ : พฤ. 12 ตุลาคม 2560
 

เมื่อ‘หุ่นยนต์-AI’ เข้ามาแทนที่คน ‘ผู้หญิง’เสี่ยงตกงานมากกว่า ‘ผู้ชาย’

ที่สหรัฐฯ พบผู้หญิงเสี่ยงตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่าจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ บ้านเรา ‘สิ่งทอ-ชิ้นส่วนยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์’ที่มีสัดส่วนการจ้างงานแรงงานฝ่ายผลิตหญิงสูง ก็มีความเสี่ยงสูญเสียงาน หากมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในอนาคต


งาน 'แคชเชียร์'หรือ 'พนักงานเก็บเงิน' เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ ในปี 2016 ร้อยละ73 ของพนักงานเก็บเงินคือผู้หญิง ที่มาภาพประกอบ: wikimedia.org

นอกจากข้อถกเถียงที่ว่า‘ระบบอัตโนมัติ’จะสร้างหรือทำลายตำแหน่งงานของมนุษย์ ก็ยังมีคำถามสำคัญอีกอย่างคือคนกลุ่มใดที่จะได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้มากที่สุด จากรายงานของสถาบันการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ (ISEA) เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 ระบุว่าความก้าวหน้าของระบบอัตโนมัตินอกจากจะทำให้แรงงานในสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการสูญเสียงานกว่าล้านตำแหน่งแล้ว ก็ยังมีประเด็น 'ความเหลื่อมล้ำทางเพศ'แฝงอยู่ เพราะผู้หญิงเสี่ยงที่จะตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า

ผู้หญิงในสหรัฐฯ ทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่ต้องสูญเสียงานให้กับระบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น งาน 'แคชเชียร์'หรือ 'พนักงานเก็บเงิน' มีการประเมินว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ ซึ่งในปี 2559 ร้อยละ 73 ของพนักงานเก็บเงินคือผู้หญิง

ผู้หญิงไม่ได้เป็นคนกลุ่มเดียวที่ISEA ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบด้านการจ้างงานจากการเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติ แรงงานเชื้อสายฮิปสแปนิชและเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียงานอยู่ที่ร้อยละ 13 และร้อยละ 25 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับแรงงานผิวขาว ส่วนแรงงานเชื้อสายเอเชียมีความเสี่ยงอยู่ที่ร้อยละ 11 นอกจากนี้คนที่ไม่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายมีโอกาสเสี่ยงที่จะตกงาน 6 เท่า เมื่อเทียบกับคนจบปริญญาเอก เพราะงานใช้ทักษะน้อยก็ที่มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้มากกว่า

ในอนาคตการจ้างงานมนุษย์ที่จะเพิ่มขึ้นก็เห็นจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหุ่นยนต์และAI อย่างงานประเภทSTEM [ย่อมาจากงานสายวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)และคณิตศาสตร์ (Mathematics)] แต่กระนั้นก็พบว่าผู้จบการศึกษาสายSTEM นี้ทุก ๆ 4 คน จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว และถึงแม้ผู้หญิงจะเข้าไปอยู่ในสายงาน STEM แล้วก็ยังพบว่าโอกาสการก้าวในอาชีพของพวกเธอนั้นมีน้อยกว่าผู้ชายมาก

ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยผลวิจัยของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (World Economic Forum) เมื่อเดือน ม.ค. 2559 ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานเนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มีการเพิ่มจำนวนของแรงงานหุ่นยนต์และ AI จะส่งผลให้มีคนตกงานประมาณ 5 ล้านคนภายใน 5 ปีข้างหน้าใน 15 ประเทศที่มีสัดส่วนการจ้างงานประมาณร้อยละ 65 ของแรงงานทั่วโลก (อาทิเช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย และอิตาลี) รายงานชิ้นนี้ยังระบุว่าผู้หญิงจะเป็นกลุ่มที่สูญเสียงานมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการจัดการเอกสารอย่างงานพนักงานออฟฟิศและพนักงานภาครัฐ ซึ่งงานทั้งสองประเภทนี้เป็นงานที่ผู้หญิงมีบทบาทมากกว่าผู้ชาย

ข้อมูลจากเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ยังได้ระบุถึงสัดส่วนผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไว้ว่ามีสัดส่วนผู้หญิงทำงานในภาคออฟฟิศและพนักงานรัฐมากที่สุดคือร้อยละ 54 ตามมาด้วย บันเทิง, กีฬาและสื่อร้อยละ 48 พนักงานขาย ร้อยละ 41 บริหารจัดการร้อยละ 25 คอมพิวเตอร์และการคำนวณ ร้อยละ 23 การผลิต ร้อยละ 20 สถาปนิกและวิศวกร ร้อยละ 11 ก่อสร้าง ร้อยละ 10 และติดตั้งและซ่อมบำรุง ร้อยละ 8

 ตัวอย่างประเภทงานของผู้หญิงที่มีความเสี่ยง

นอกเหนือจากพนักงานเก็บเงิน พนักงานออฟฟิศ และพนักงานภาครัฐ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ก็พบว่ายังมีงานในอีกหลายประเภทที่ผู้หญิงมีบทบาทมากกว่าผู้ชาย และพวกเธอกำลังเสี่ยงที่จะสูญเสียงานให้กับหุ่นยนต์และ AI ตัวอย่างเช่น

พนักงานทำความสะอาด


หุ่นยนต์ทำความสะอาดนอกจากงานในบ้านแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็นตามโรงแรมหรือที่สาธารณะต่าง ๆ มากขึ้น (ที่มาภาพ: lgnewsroom.com)

พนักงานต้อนรับ


โรงแรมเฮนนะโฮเทล (Hen'na Hotels) ในญี่ปุ่นมีการนำหุ่นยนต์มาทำงานพนักงานต้อนรับ (ที่มาภาพประกอบ: experienceluxury.co)

พนักงานดูแลลูกค้าและให้บริการทางโทรศัพท์ 

อีกไม่นานนักระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่งานดูแลลูกค้าและให้บริการทางโทรศัพท์ (ที่มาภาพประกอบ: techrepublic.com)

พนักงานธนาคาร

 

 สถานการณ์ในอาเซียนและไทย

 

สำหรับบ้านเราแรงงานในอุตสาหกรรม ‘สิ่งทอ-ชิ้นส่วนยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์’ที่มีสัดส่วนการจ้างงานแรงงานฝ่ายผลิตหญิงสูง ก็มีความเสี่ยงสูญเสียงานสูง หากมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในอนาคต ที่มาภาพประกอบ:wikimedia.org 

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่าภายในอีก 20 ปี แรงงานร้อยละ 56 ในภูมิภาคอาเซียน อย่าง ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียงานโดยเฉพาะแรงงานทักษะน้อย เนื่องจากหุ่นยนต์มีความสามารถมากขึ้น มีราคาถูกลง และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับมนุษย์มากขึ้น อย่างในประเทศเวียดนามที่หลายโรงงานเริ่มทยอยนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนคน และในอนาคตมีการประมาณการว่าแรงงานเวียดนามทุก 300 คน จาก 1,600 คน จะต้องสูญเสียงานให้หุ่นยนต์ (อ่านเพิ่มเติม : เวียดนาม 4.0 เลิกจ้าง ‘แรงงาน’ แล้วแทนที่ด้วย ‘หุ่นยนต์’บ้างแล้ว)

สำหรับภูมิภาคอาเซียนข้อได้เปรียบด้านแรงงานราคาถูกจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งมีแรงงานมากถึง 9 ล้านคน เป็นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากแรงงานจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเทคโนโลยีหลายประเภท เช่น เทคโนโลยีอย่างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีการสแกนร่างกาย เทคโนโลยีช่วยในการออกแบบ เทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ นาโนเทคโนโลยี และการใช้เครื่องจักรใหม่ ๆ ในการผลิต ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอนี้ก็คือผู้หญิง สำหรับประเทศไทยแรงงานในภาคอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในไลน์ผลิตมีความเสี่ยงสูญเสียงานมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้แรงงานหญิงอยู่ในสายการผลิตมากกว่า และไม่ได้เป็นหัวหน้างานแบบผู้ชายมากนัก (อ่านเพิ่มเติม : ค่าแรงเราไม่เท่ากัน: อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ค่าแรงหญิงยังน้อยกว่าชาย)

ILO ยังเคยระบุว่าแม้เอกชนในภูมิภาคอาเซียนซึ่งรวมถึงไทย จะพยายามควานหาแรงงานในภาค STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) แต่คนรุ่นใหม่ในภูมิภาคกลับไม่เลือกศึกษาในภาค STEMนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่เลือกศึกษาภาคส่วนดังกล่าว

ล่าสุดในเดือน ต.ค. 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ระบุว่าภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (ECC) พบข้อมูลว่ามีโรงงานประมาณ 300-400 แห่ง มีความสนใจขยายการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรมาเป็นระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

ทั้งนี้ส่วนใหญ่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมใน จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีสัดส่วนการจ้างงานแรงงานหญิงสูง ซึ่งก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียงานสูงด้วยเช่นกัน หากมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในอนาคต

ที่มา :  ประชาไท ข้อมูลวันที่  11 ตุลาคม 2560

 


กลับหน้าที่แล้ว
wordpress visitor counter
Copyright © 2008. The Federation of Thai Industries
porno izle sitesi isim degisikligine ugrayarak yayin hayatina devam etmektedir iceriginde cok guzel videolar var. sex hikaye erotik hikaye sex hikayeler en kaliteli turkiyenin en basta gelen porno porno izle internette gezerken cok guzel bir turk porno sitesine rastladim gayet zevkli azdirici videolar var porno porno sikis rokettube Sex izle porno
rokettube