วันที่ 19 สิงหาคม 2562

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ลืมรหัสผ่าน

สมัครงาน คลิกที่นี้
คลีนิคแรงงาน
สมัครสมาชิกกับสภาอุตสาหกรรมฯ
สมัครงานสำหรับนักศึกษา
สมัครงานสำหรับคนพิการ


สมัครงานกับสภาอุตสาหกรรมฯ


smartjob
ตลาดงานคนพิการ
ตลาดอาชีพอิสระคนพิการ
มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

มติคณะรัฐมนตรี
มติ ครม. วันที่ 4 ม.ค. 55 (ประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
  ที่มา / ผู้แต่ง : ครม.
Download ไฟล์ Download ไฟล์
ขนาดไฟล์ :
   วันที่ : พฤ. 05 มกราคม 2555     วันที่นำขึ้นเว็บไซต์ : พฤ. 05 มกราคม 2555

เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่... (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย)

 

 

                   คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่... (พ.ศ. ...) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และ  ให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ  และสังคมแห่งชาติไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังแจ้งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) และคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) ทราบด้วย

 

 

                   สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง

 

 

                   1. มาตรการให้หักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

 

                       กำหนดให้หักลดหย่อนภาษีโดยการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมรวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือที่อยู่ในเขตอาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด และทรัพย์สินที่มีการประกอบการติดตั้งกับตัวอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด รั้ว และประตูรั้ว แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาทตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

 

 

                   (1) ทรัพย์สินที่ได้รับการซ่อมแซมนั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และอยู่ในท้องที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย

 

 

                   (2) ผู้มีเงินได้ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น หรือเป็นผู้เช่าทรัพย์สินนั้น หรือเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ประกอบกิจการและใช้ประโยชน์อื่น และต้องเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมแซมรวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินนั้น ในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และถ้าผู้มีเงินได้นั้น   จ่ายค่าซ่อมแซม รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินเกินกว่าหนึ่งแห่งให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

 

                   (3) ทรัพย์สินที่ได้ทำประกันภัยคุ้มครองจากเหตุอุทกภัย ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเฉพาะค่าซ่อมแซมรวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินในส่วนที่ได้จ่ายเกินกว่าค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจประกันภัย แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

 

                   (4) ผู้มีเงินได้ต้องใช้สิทธิยกเว้นภาษีในปีที่ได้จ่ายค่าซ่อมแซม รวมทั้งวัสดุอุปกรณืในการซ่อมแซมทรัพย์สิน ในปี พ.ศ. 2554 หรือในปีภาษี พ.ศ. 2555 ถ้าใช้สิทธิยกเว้นในปีภาษี พ.ศ. 2554 และปี พ.ศ. 2555 ทั้งสองปีภาษี ให้ได้รับสิทธิยกเว้นรวมกันไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

 

                   2. มาตรการให้หักค่าลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์

 

 

                       กำหนดให้หักค่าลดหย่อนภาษีโดยการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ แต่ไม่เกินสามหมื่นบาท โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

 

 

                   (1) รถยนต์ที่ได้รับการซ่อมแซมนั้นต้องเป็นรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมรถยนต์เนื่องจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554

 

 

                   (2) ผู้มีเงินต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับการซ่อมแซม และต้องเป็นผู้ที่อยู่ในท้องที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยโดยมีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีผู้มีเงินได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้เช่า หรือเป็นผู้ใช้อาคารหรือห้องชุด เป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ประกอบกิจการ อยู่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย นั้น

 

 

                   (3) ผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมแซมรถยนต์รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ โดยได้จ่ายในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และถ้าผู้มีเงินได้นั้นจ่ายค่าซ่อมแซมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์เกินกว่าหนึ่งคัน ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

 

 

                   (4) รถยนต์ที่ได้ทำประกันภัยคุ้มครองจากเหตุอุทกภัย ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเฉพาะค่าซ่อมแซมรถยนต์รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถยนต์ ในส่วนที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจประกันภัย แต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

 

 

                   (5) ผู้มีเงินได้ต้องใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในปีที่ได้จ่ายค่าซ่อมแซมรถยนต์ในปีภาษี พ.ศ. 2554 หรือในปีภาษี พ.ศ. 2555 ถ้าใช้สิทธิยกเว้นในปีภาษี พ.ศ. 2554 และปีภาษี พ.ศ. 2555 ทั้งสองปีภาษี ให้ได้รับสิทธิยกเว้นรวมกันไม่เกินสามหมื่นบาท

 

 

 

 

 

เรื่อง สรุปผลการพิจารณาแผนงาน/โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.)

 

 

                        คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนงาน/โครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์  อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) เสนอ วงเงินรวมทั้งสิ้น 11,026.607 ล้านบาท และให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

 

                        สาระสำคัญของเรื่อง

 

 

                        รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ประธาน กฟย. รายงานว่า กฟย. ได้มีการประชุม ครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 เวลา 09.00 น. ได้พิจารณาแผนงาน/โครงการ ฟื้นฟู เยียวยาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่ กคฐ. เสนอ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

 

                   1. กคฐ. ได้นำเสนอแผนงาน/โครงการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประสงค์จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินและผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากที่ประชุม กคฐ. ครั้งที่ 3/2554 เรียบร้อยแล้ว โดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 11,026.607 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

 

                             1.1 ด้านคมนาคมขนส่ง วงเงินรวม 5,693.800 ล้านบาท

 

 

                             1.2 ด้านศาสนสถานและโบราณสถาน  วงเงินรวม 137.575 ล้านบาท

 

 

                             1.3 ด้านสถานศึกษา วงเงินรวม 1,379.905 ล้านบาท

 

 

                             1.4 ด้านแหล่งน้ำและระบบชลประทาน วงเงินรวม 3,201.640 ล้านบาท

 

 

                             ทั้งนี้ ในส่วนของแผนงาน/โครงการด้านแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ที่ กคฐ. นำเสนอในคราวนี้ กฟย. พิจารณาแล้ว  มีความเห็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี สรุปได้ว่า แผนงาน / โครงการดังกล่าว เป็นการฟื้นฟูในระยะเร่งด่วนเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิม  สามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานปกติ ดังนั้น ในส่วนนี้ไม่เข้าข่ายที่จะต้องนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเป็นแผนงาน / โครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว และมีระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 1 ปี จะส่งแผนงาน / โครงการให้ กยน. ได้พิจารณาอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม อาจต้องสอบทานแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

                             1.5 แผนงาน / โครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินสำหรับการฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของกระทรวงกลาโหม (กห.) วงเงินรวม จำนวน 613.688 ล้านบาท

 

 

 

 

 

เรื่อง รายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2012) และข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจ

 

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอดังนี้

 

 

                   1. รับทราบรายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2012) ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 17 จาก 183 ประเทศ 

 

 

                   2. เห็นชอบดังนี้

 

 

                             2.1 ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจของประเทศเป็นผลสำเร็จและอันดับของประเทศไทยดีขึ้น ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) 

 

 

                             2.2 ให้สำนักงบประมาณ (สงป.) พิจารณาสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงบริการตามรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing Business แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ  และสนับสนุนงบประมาณแก่สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยแนวทางการดำเนินงานของประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ (Benchmarking) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของไทย (มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554) มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการศึกษาวิจัย)

 

 

                             2.3 ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ศึกษาและปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการปรับปรุงบริการของหน่วยงานต่าง ๆ ตามรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing Business ของธนาคารโลก

 

 

                             2.4 ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) สนับสนุนและพัฒนาระบบการให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แก่หน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

 

                             2.5 ให้สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในการปรับปรุงบริการให้คณะรัฐมนตรีทราบทุก 6 เดือน

 

 

                   สาระสำคัญของเรื่อง

 

 

                   สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า

 

 

                   1. ผลการดำเนินการที่ผ่านมา

 

 

                             1.1 ผลการดำเนินการผลักดันให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจช่วงปี พ.ศ. 2548-2554 ที่สำคัญมี ดังนี้

 

 

                                      1.1.1 จัดตั้งคณะทำงานปรับปรุงการให้บริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 9 คณะ ครอบคลุมตัวชี้วัด 10 ด้าน ตามรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing Business 

 

 

                                       1.1.2 จัดทำเอกสารแปลเกณฑ์การประเมินของธนาคารโลกจัดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงบริการ 

 

 

                                      1.1.3 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกระบวนการให้บริการเพื่อนำไปกำหนดตัวชี้วัดร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงบริการ 

 

 

                                      1.1.4 สร้างความเข้าใจให้กับภาคเอกชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจของธนาคารโลก  เพื่อให้ผลการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริการของหน่วยงานภาครัฐไทยเป็นไปอย่างถูกต้อง

 

 

                                      1.1.5 ประสานความร่วมมือกับธนาคารโลกประจำประเทศไทยในการจัดประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทีมวิจัย Doing Business ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี ซี เพื่อให้ข้อมูล ให้คำแนะนำ และตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการสำรวจของธนาคารโลกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ Video-conference

 

 

                                      1.1.6 ติดตามความก้าวหน้าในการปรับปรุงบริการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยการจัดประชุมร่วมเพื่อรับทราบผลการดำเนินการ  และปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น  ตลอดจนข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน  เพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทุกปี 

 

 

                   2. ผลการดำเนินการปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจของหน่วยงานของรัฐ มีผลการจัดอันดับ ดังนี้ 

 

 

                             2.1 ผลการจัดอันดับประเทศไทย ในรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing Business 2005-2012 เป็นดังนี้

 

 

2005

 

 

2006

 

 

2007

 

 

2008

 

 

2009

 

 

2010

 

 

2011

 

 

2012

 

 

อันดับ 20

 

 

(145 ประเทศ)

 

 

อันดับ 20

 

 

(155 ประเทศ)

 

 

อันดับ 18

 

 

(175 ประเทศ)

 

 

อันดับ 15

 

 

(178 ประเทศ)

 

 

อันดับ 13

 

 

(181 ประเทศ)

 

 

อันดับ 12

 

 

(183 ประเทศ)

 

 

อันดับ 19

 

 

(183 ประเทศ)

 

 

อันดับ 17

 

 

(183 ประเทศ)

 

 

                             2.2 ผลการจัดอันดับประเทศไทย ในรายงานผลการวิจัยเรื่อง Doing Business 2012 (เป็นการจัดทำรายงานล่วงหน้า 1 ปี) โดยสรุป แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 

 

 

                                      2.2.1 กลุ่มตัวชี้วัดที่มีอันดับลดลงมาก ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน (จากอันดับ 19 เป็น 28) และด้านการชำระภาษี (จากอันดับ 91 เป็น 100)

 

 

                                      2.2.2 กลุ่มตัวชี้วัดที่มีอันดับลดลงเล็กน้อย ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง (จากอันดับ 12 เป็น 14) ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน (จากอันดับ 12 เป็น 13) ด้านการค้าระหว่างประเทศ (จากอันดับ 12 เป็น 17) และด้านการปิดกิจการ (จากอันดับ 46 เป็น 51)

 

 

                                      2.2.3 ตัวชี้วัดที่มีอันดับดีขึ้น ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ (จากอันดับ 95 เป็น 78) ด้านการได้รับสินเชื่อ (จากอันดับ 72 เป็น 67) และด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง (จากอันดับ 25 เป็น 24)

 

 

 

 

 

 

 

 
wordpress visitor counter
Copyright © 2008. The Federation of Thai Industries
porno izle sitesi isim degisikligine ugrayarak yayin hayatina devam etmektedir iceriginde cok guzel videolar var. sex hikaye erotik hikaye sex hikayeler en kaliteli turkiyenin en basta gelen porno porno izle internette gezerken cok guzel bir turk porno sitesine rastladim gayet zevkli azdirici videolar var porno porno sikis rokettube Sex izle porno
rokettube