วันที่ 22 สิงหาคม 2562

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ลืมรหัสผ่าน

สมัครงาน คลิกที่นี้
คลีนิคแรงงาน
สมัครสมาชิกกับสภาอุตสาหกรรมฯ
สมัครงานสำหรับนักศึกษา
สมัครงานสำหรับคนพิการ


สมัครงานกับสภาอุตสาหกรรมฯ


smartjob
ตลาดงานคนพิการ
ตลาดอาชีพอิสระคนพิการ
มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

มติคณะรัฐมนตรี
มติ ครม. วันที่ 13 ธันวาคม 2554 (ประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
  ที่มา / ผู้แต่ง : ครม.
Download ไฟล์ Download ไฟล์
ขนาดไฟล์ :
   วันที่ : พ. 14 ธันวาคม 2554     วันที่นำขึ้นเว็บไซต์ : พ. 14 ธันวาคม 2554

เรื่อง ขออนุมัติใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สนับสนุนโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน

 

                   คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีใช้จ่ายงบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555  จำนวน 25,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์  ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณด้วย 

 

                   ข้อเท็จจริง

 

                        มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิ ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อใช้ดำเนินโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน เป็นเงินจำนวน 25,000,000 บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

 

                   1. อุทกภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 ปัจจุบันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งด้านประกอบอาชีพ สภาพจิตใจ ตลอดจนพื้นที่เกษตรกรรมที่คาดว่าจะเกิดความเสียหายกว่า 10,012,824 ไร่ ส่งผลกระทบไปยังภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า และการท่องเที่ยวใน 26 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้แต่ละกระทรวงกำหนดรายละเอียดของมาตรการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาภายหลัง น้ำลดโดยรับคำแนะนำจากทุกภาคส่วน

 

                   2. มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีเจตนาที่จะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยลักษณะของกลุ่มชาวบ้าน ให้สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติอย่าวรวดเร็วและพัฒนาให้ได้อย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนเครื่องปรุงของแห้งที่สามารถแจกจ่ายได้ทันที ต้นกล้าพืชผักสวนครัวที่พร้อมบริโภค เมล็ดพันธุ์ที่โตง่ายและคนนิยมบริโภค ให้แก่กลุ่มชาวบ้านที่ประสบภัยที่ต้องการรับการสนับสนุนและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาทำงานด้วยตนเอง โดยเป้าหมายคือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,000,000 คน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ระยะเวลาดำเนินงานในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2554 งบประมาณดำเนินงานเป็นเงินจำนวน 65,000,000 บาท (หกสิบห้าล้านบาท)

 

                   3. เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างสอดคล้องกับกระบวนการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมติคณะรัฐมนตรี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลในวงเงินจำนวน 25,000,000 บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) เพื่อสมทบกับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่มีนโยบายการทำประโยชน์เพื่อสังคมร่วมสนับสนุนบางส่วนแล้ว

 

 

เรื่อง มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2554 เพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554

                   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2554 เพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 กรณีลูกค้าด้านสถาบัน ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นอกภาคเกษตร กลุ่มบุคคล (วิสาหกิจชุมชน) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอนุมัติวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลจำนวน 4,443.22 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

 

                   สาระสำคัญของเรื่อง

 

                   1. สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2554 ได้เกิดฝนตกหนักทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรอย่างฉับพลัน รวมทั้งเกิดดินโคลนถล่มในพื้นที่รวม 10 จังหวัด และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2554 ตามที่ กค. เสนอ ตามมติคณะรัฐมนตรี 4 เมษายน 2554 และ 3 พฤษภาคม 2554

 

                   2. ธ.ก.ส. ได้สำรวจความเสียหายเบื้องต้นมีลูกค้า ธ.ก.ส. ได้รับความเสียหาย 127,373 ครัวเรือน ต้นเงินกู้ที่ได้รับผลกระทบต่อการชำระหนี้ 12,661.38 ล้านบาท และลูกค้าเสียชีวิต 6 ราย มียอดหนี้ 2.80 ล้านบาท

 

                   3. เพื่อให้ลูกค้า ธ.ก.ส. ได้รับความช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 อย่างทั่วถึง คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ในการประชุมครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 จึงมีมติให้ ธ.ก.ส. เสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2554 เพิ่มเติม จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 กรณีลูกค้าด้านสถาบัน ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นอกภาคเกษตร กลุ่มบุคคล (วิสาหกิจชุมชน) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และขออนุมัติวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลจำนวน 4,443.22 ล้านบาท ดังนี้

 

                       3.1 มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าด้านสถาบัน ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นอกภาคเกษตร กลุ่มบุคคล (วิสาหกิจชุมชน) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

 

                          3.1.1 หนี้เงินกู้เดิมที่มีอยู่ก่อนประสบภัย :

 

                                   (1) ขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่บัญชี 2554 – 2556

 

                                   (2) งดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2554 – 2556 โดย ธ.ก.ส. จะขอชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี

 

                          3.1.2 การให้เงินกู้ใหม่เพื่อการฟื้นฟูการผลิต : ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูการผลิตในอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ คือ MLR-1 ซึ่งเท่ากับร้อยละ 4 ต่อปี โดย ธ.ก.ส. จะขอชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี  เป็นเวลาไม่เกิน 3 ต่อปี

 

                       3.2 ขออนุมัติวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ และการลดดอกเบี้ยตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 แต่ยังไม่ได้อนุมัติวงเงินชดเชยให้ ธ.ก.ส. จำนวน 4,219.95 ล้านบาท และตามมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าสถาบันที่เสนอเพิ่มเติม จำนวน 223.27 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4,443.22 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน 2554) และเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการและอนุมัติวงเงินชดเชยจากรัฐบาลดังกล่าวแล้ว ธ.ก.ส. จะได้ประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อขอจัดสรรงบประมาณชดเชยให้แก่ ธ.ก.ส. ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงต่อไป

 

 

เรื่อง การบริหารโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้

 

                   1. รับทราบสถานะการดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 อนุมัติการขยายระยะเวลาการขอรับการจัดสรรเงินจากสำนักงบประมาณและการลงนามในสัญญาเป็นภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 และขยายระยะเวลาการดำเนินงานเป็นภายในปีงบประมาณ 2557 

 

                   2. อนุมัติในหลักการโครงการพัฒนาศิริราชสู่ความเป็นเลิศในเอเชียอาคเนย์ ระยะที่ 2 โครงการอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ เพื่อการบริการการเรียนการสอนและการวิจัย  โครงการจัดหาครุภัณฑ์ประจำอาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

                        สำหรับโครงการที่เหลือให้นำไปทบทวนและเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาอีกครั้ง

 

 

เรื่อง หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2554 กรณีพิเศษ เพิ่มเติม

 

                   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554 กรณีพิเศษ เพิ่มเติม ในกรณีเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยยังไม่เคยขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย แล้วแต่กรณีมาก่อน ให้สามารถขอรับการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ได้ โดยให้ทำการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องก่อนรับเงินช่วยเหลือ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

 

 

เรื่อง  มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัยด้านการประกันภัย

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้านการประกันภัย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้

 

                   สาระสำคัญและข้อเท็จจริง

 

1. สำนักงาน คปภ. ได้ประเมินความเสียหายของภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและมีการทำประกันกับบริษัทประกันภัย โดย ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2554 มีจำนวนเงินเอาประกันรวมทั้งสิ้น 794,637 ล้านบาท และประมาณการความเสียหายจำนวน 262,177 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น

 

                             (1) ภาคอุตสาหกรรม โดยนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี มีจำนวนผู้เอาประกันภัย 926 ราย และจำนวนเงินเอาประกันรวมทั้งสิ้น 456,783 ล้านบาท ประมาณการความเสียหายจำนวน 228,392 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนเงินเอาประกัน

 

                             (2) ภาคครัวเรือน มีการทำประกันภัยไว้เป็นจำนวนเงินเอาประกัน 337,854 ล้านบาท ประมาณการความเสียหายจำนวน 33,785 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนเงินเอาประกัน

 

                   2. ในส่วนของผู้ที่ทำประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการกระชับกระบวนการชำระค่าสินไหมทดแทน ใน 3 แนวทาง คือ

 

                             2.1 เร่งรัดการชำระค่าสินไหมทดแทน โดยกำหนดอัตราชำระค่าสินไหมทดแทนและกำหนดระยะเวลาดำเนินการ ดังนี้

 

                                      (1) ภาคอุตสาหกรรม อัตราชำระค่าสินไหมทดแทนอยู่ที่ร้อยละ 75 และกำหนดระยะเวลา ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

 

                                      (2) ภาคครัวเรือน อัตราชำระค่าสินไหมทดแทนเทียบเท่าร้อยละ 100 คาดว่าจะดำเนินการได้เสร็จภายใน 3 เดือน

 

                             2.2 เพิ่มบุคลากรผู้ประเมินความเสียหาย (Loss Adjuster) ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยปรับหลักเกณฑ์ให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสถาบันการศึกษาและสมาคมวิชาชีพ เช่น สมาคมวิศวกรรมสถาน สมาคมสถาปนิก เป็นผู้ประเมินความเสียหายในทรัพย์สินจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น

 

2.3 เปิดบริการสายด่วนประกันภัย 1186 เพื่อรับปรึกษาปัญหาประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

                   3. ในส่วนของผู้ที่ไม่ได้ทำประกันภัย สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย สมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ดังนี้

 

                             3.1 รถยนต์และรถจักรยานยนต์

 

                                      (1) จัดทำโครงการบูรณาการซ่อมรถประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย และสมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย

 

                                      (2) กำหนดราคาค่าแรง ค่าซ่อมรถเป็นมาตรฐานตามระดับความเสียหายของรถยนต์และให้ส่วนลดอะไหล่

 

                                      (3) ลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ตามโครงการประกันภัยรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยภายหลังน้ำลดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

                                      (4) ให้บริการตรวจเช็ครถยนต์และรถจักรยานยนต์ 20 รายการฟรี พร้อมทั้งให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ฟรี โดยช่างจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

 

                             3.2 ที่อยู่อาศัย

 

                                      เห็นควรให้มีการจัดมหกรรมสินค้าราคาพิเศษหรือราคาต้นทุน โดยให้กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างหรือจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

 

 

แต่งตั้งกรรมการผู้แทนฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 18 แทนตำแหน่งที่ว่าง

 

                   คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้แทนฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมการค่าจ้าง  ชุดที่ 18 แทนตำแหน่งที่ว่าง คือนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง แทนนางอัจนา  ไวความดี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม  2554 เป็นต้นไป และมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่แทน  
 
wordpress visitor counter
Copyright © 2008. The Federation of Thai Industries
porno izle sitesi isim degisikligine ugrayarak yayin hayatina devam etmektedir iceriginde cok guzel videolar var. sex hikaye erotik hikaye sex hikayeler en kaliteli turkiyenin en basta gelen porno porno izle internette gezerken cok guzel bir turk porno sitesine rastladim gayet zevkli azdirici videolar var porno porno sikis rokettube Sex izle porno
rokettube