วันที่ 22 สิงหาคม 2562

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ลืมรหัสผ่าน

สมัครงาน คลิกที่นี้
คลีนิคแรงงาน
สมัครสมาชิกกับสภาอุตสาหกรรมฯ
สมัครงานสำหรับนักศึกษา
สมัครงานสำหรับคนพิการ


สมัครงานกับสภาอุตสาหกรรมฯ


smartjob
ตลาดงานคนพิการ
ตลาดอาชีพอิสระคนพิการ
มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

มติคณะรัฐมนตรี
มติ ครม. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 (ประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
  ที่มา / ผู้แต่ง : ครม.
Download ไฟล์ Download ไฟล์
ขนาดไฟล์ :
   วันที่ : อ. 13 ธันวาคม 2554     วันที่นำขึ้นเว็บไซต์ : อ. 13 ธันวาคม 2554

1.       เรื่อง แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559

 

                   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559 ตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฎในแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559 ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559 ต่อไป

 

                   สาระสำคัญของเรื่อง

 

                   รง. รายงานว่า

 

                   1. จากการสำรวจแรงงานนอกระบบปี 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีจำนวนผู้ทำงานทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน โดยเป็นผู้ทำงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน หรือ “แรงงานนอกระบบ” จำนวน 24.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.3 และที่เหลือเป็นผู้ทำงานในระบบหรือแรงงานในระบบ จำนวน 14.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37.7 ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2548 - 2552) พบว่า ผู้ทำงานที่เป็นแรงงานนอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มจาก 22.5 ล้านคน ในปี 2548 เป็น 24.1 ล้านคน ในปี 2553

 

                   2. รง. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลกำลังแรงงานของประเทศได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของแรงงานนอกระบบ ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2553 จึงได้นำร่องจัดทำ “ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2554” ขึ้น และได้แปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ โดยจัดทำ “แผนปฏิบัติการส่งเสริม พัฒนาและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ปี 2554” ซึ่งแผน/ผลการดำเนินงานเป็นเพียงการประสานงานเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการยกระดับของแผนให้มีการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น จึงได้จัดทำ “แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559” ขึ้น

 

                   3. สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2555 – 2559 สรุปได้ ดังนี้

 

                       3.1 วิสัยทัศน์

 

                           แรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครอง มีหลักประกันทางสังคม นำสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

                       3.2 พันธกิจ

 

                           3.2.1 ผลักดันให้เกิดการขยายความคุ้มครองสู่แรงงานนอกระบบครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

 

                            3.2.2 ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

                           3.2.3 พัฒนาสมรรถนะและขยายโอกาสการมีงานทำ

 

                           3.2.4 เสริมสร้างแนวทางการเข้าถึงแหล่งงานและความยั่งยืนของอาชีพให้กับแรงงานนอกระบบ

 

                           3.2.5 ส่งเสริมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่าย

 

                           3.2.6 พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน สุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน

 

                       3.3 เป้าประสงค์

 

                           3.3.1 แรงงานนอกระบบทุกกลุ่มอาชีพได้รับการคุ้มครองจากระบบประกันสังคมอย่างเท่าเทียมเป็นธรรมและมีความใกล้เคียงกับสิทธิประโยชน์ที่แรงงานในระบบได้รับ

 

                           3.3.2 มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานนอกระบบภายใต้หลักมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศและงานที่มีคุณค่า (Decent Work)

 

                           3.3.3 แรงงานนอกระบบมีสมรรถนะตรงกับความต้องการของแรงงานนอกระบบและตลาดแรงงาน

 

                           3.3.4 แรงงานนอกระบบมีโอกาสเข้าถึงข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับตลาดงาน และแหล่งทุนเพื่อการประกอบอาชีพ

 

                           3.3.5 มีกลไกการทำงานในลักษณะภาคีและเครือข่ายระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแรงงานนอกระบบ ชุมชน กลุ่มการเกษตร กลุ่มอาชีพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบให้มีประสิทธิภาพ

 

                           3.3.6 ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงแรงงานนอกระบบตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน

 

                       3.4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

 

                           3.4.1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 ขยายขอบเขตการคุ้มครองและสร้างหลักประกันความมั่นคง

 

                           3.4.2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาสมรรถนะแรงงานนอกระบบเพื่อขยายโอกาสการมีงานทำ

 

                           3.4.3 ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ

 

 

2.      เรื่อง ความคืบหน้าการดำเนินการโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ โดยคณะกรรมการบริหารโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย รายงานผลการดำเนินงาน ดังนี้

 

                   1. ผลการดำเนินงาน วงเงิน 3,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2553 – 30 มิถุนายน 2554 เพื่อให้การช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ มีดังนี้  มีผู้ยื่นขอกู้ จำนวน 1,483 ราย วงเงิน 4,534.88 ล้านบาท

 

ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ จำนวน 1,032 ราย วงเงิน 2,998.32 ล้านบาท  การเบิกจ่ายเงินกู้ จำนวน 1,008 ราย วงเงิน 2,913.72 ล้านบาท

 

                   2. ผลการดำเนินงาน วงเงิน 2,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน – 30 กันยายน 2554 จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทยธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรง

 

                             2.1 การช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย มีดังนี้ มีผู้ยื่นขอกู้ จำนวน 723 ราย วงเงิน 2,236.30 ล้านบาท  ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ จำนวน 511 ราย วงเงิน 1,499.34 ล้านบาท  การเบิกจ่ายเงินกู้ จำนวน 470 ราย วงเงิน 1,375.75 ล้านบาท

 

                             2.2 การช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรง  มีดังนี้  มีผู้ยื่นขอกู้ จำนวน 101 ราย วงเงิน 79.81 ล้านบาท  ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ จำนวน 46 ราย วงเงิน 30.91 ล้านบาท   การเบิกจ่ายเงินกู้ จำนวน 36 ราย วงเงิน 23.63 ล้านบาท

 

                             2.3 การช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรง มีผู้ประกอบการสนใจขอใช้วงเงิน แต่มีข้อจำกัดในเงื่อนไขการขอกู้ของธนาคาร จึงทำให้มีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติวงเงินไม่มาก

 

 

3.      เรื่อง แผนแม่บทความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแห่งชาติ (พ.ศ. 2555 – 2559)

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบแผนแม่บทความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแห่งชาติ (พ.ศ. 2555 – 2559) ตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ ดังนี้

 

                   สาระสำคัญของเรื่อง

 

                   รง. โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รายงานว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยในการทำงานได้ร่วมกันจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแห่งชาติ (พ.ศ. 2555 – 2559) ขึ้น โดยได้ระดมความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทฯ และคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานได้เห็นชอบด้วยแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

 

                        แผนแม่บทความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแห่งชาติ (พ.ศ. 2555 – 2559)

 

                   1. วิสัยทัศน์ แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี

 

                   2. พันธกิจ

 

                       2.1 กำหนดและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

                       2.2 กำกับ ควบคุม และดูแล ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

                       2.3 ส่งเสริมและพัฒนาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

                       2.4 พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

                   3. ประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ และพันธกิจ จึงกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ในช่วงปี พ.ศ. 2555 – 2559 ไว้ 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การจัดการองค์ความรู้ด้านปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนากลไกการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

 

 

4.      เรื่อง  มาตรการภาษีศุลกากรเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูอุตสาหกรรม

 

                   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีศุลกากรเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูอุตสาหกรรมและเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรศุลกากรในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย  ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  และให้กระทรวงการคลังนำเรื่องนี้เสนอ คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู  เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ)  เป็นประธานและคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน  (กศอ.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) เป็นประธาน และคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย  ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ)  เป็นประธาน  และให้ดำเนินการต่อไปได้

 

 

                   สาระสำคัญของมาตรการและร่างประกาศ

 

                   1. ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบเครื่องจักร รวมถึงเครื่องมือและเครื่องใช้ที่ใช้กับเครื่องจักรดังกล่าวที่นำเข้ามาเพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากอุทกภัยเป็นระยะเวลาชั่วคราว โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

 

                             1.1 ผู้ได้รับสิทธิ คือ ผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ให้การรับรอง

 

                             1.2 การนำเข้า ผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิจะนำเข้าเองหรือสั่งให้นำเข้าก็ได้ โดยกรณีผู้ประกอบการที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นอากรสั่งให้ผู้อื่นนำของเข้าต้องมีหนังสือแจ้งกรมศุลกากรทราบในขณะนำเข้า

 

                             1.3 เครื่องจักร ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบเครื่องจักร รวมถึงเครื่องมือและเครื่องใช้ที่ใช้กับเครื่องจักรดังกล่าวที่นำเข้ามาจะต้องเป็นของใหม่เท่านั้น

 

                             1.4 อก. จะมีหนังสืออนุมัติรายการนำเข้าเครื่องจักร และผู้นำเข้าต้องแสดงหนังสือดังกล่าวขณะนำเข้า

 

                   2. ยกเว้นอากรขาเข้ารถยนต์นั่งสำเร็จรูปเพื่อทดแทนการผลิตในประเทศเป็นการชั่วคราว โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  ดังนี้

 

                             2.1 ผู้ได้รับสิทธิ คือ ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ที่มีโรงงานผลิตรถยนต์  ซึ่งได้ดำเนินกระบวนการผลิตรถยนต์อย่างครบวงจร คือ มีการผลิตตัวถัง การทำสีตัวถึง และการประกอบรถยนต์เป็นอย่างน้อย ที่มีโรงงานประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546  ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม อก. ให้การรับรอง ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริษัทที่ประกอบรถยนต์ขึ้นจากชิ้นส่วนเก่า และรถยนต์จดประกอบ

 

                             2.2 รถยนต์ที่ได้รับสิทธิต้องเป็นรถยนต์ใหม่ที่เป็นรถยนต์นั่งตามประเภท 87.03 และรถบรรทุกชนิดปิกอัพตามประเภท 87.04 ขนาดความจุกระบอกสูบ เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซี.ซี และต้องเป็นรถยนต์แบบเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับแบบที่ผลิตในโรงงานประสบอุทกภัย และแบบดังกล่าวต้องไม่มีการผลิตอยู่ในโรงงานอื่นในประเทศ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม อก.ประกาศกำหนด

 

                             2.3 กำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิต้องเป็นผู้นำเข้าเองเท่านั้น

 

                             2.4 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นผู้อนุมัติการนำเข้าและออกหนังสืออนุมัติรายการนำเข้า  โดยผู้นำเข้าต้องแสดงหนังสือดังกล่าวขณะนำเข้า

 

                   3. ยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาเพื่อผลิตหรือประกอบเป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปในประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

 

                             3.1 ผู้ได้รับสิทธิ คือ ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีโรงงานประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546

 

                             3.2 การนำเข้า ผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิสามารถนำเข้าเองหรือโอนสิทธิการนำเข้าให้กับผู้ประกอบรถยนต์สำเร็จรูปในประเทศ หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อนำไปประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปในประเทศก็ได้ แต่ไม่รวมถึงบริษัทจดประกอบรถยนต์ ทั้งนี้ ในกรณีโอนสิทธิต้องมีหนังสือแจ้งกรมศุลกากรทราบในขณะนำเข้า

 

                             3.3 ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้า หมายถึง ชิ้นส่วนยานยนต์ใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้งาน และเป็นชิ้นส่วนชนิดเดียวกับที่ผู้ได้รับสิทธิผลิตอยู่ในโรงงานของตนก่อนประสบอุทกภัย  และนำเข้ามาเพื่อประกอบ      ยานยนต์สำเร็จรูปในประเทศ หรือผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อนำไปประกอบยานยนต์สำเร็จรูปในประเทศเท่านั้น

 

                             3.4 ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติการนำเข้าจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม อก. และต้องแสดงหนังสือดังกล่าวในขณะนำเข้า

 

                   4. การยกเว้นอากรขาเข้าตามข้อ 1- ข้อ 3 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2555

 

 

5.      เรื่อง  การดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ ดังนี้ 

 

                   สาระสำคัญและข้อเท็จจริง

 

                   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และหน่วยงานราชการในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ดังนี้

 

                   1. การดำเนินงานสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ  และระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

                             1.1 การดำเนินงานตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2554 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2554 มอบหมายกรป้องกันดูแลพื้นที่สำคัญ และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการระบายน้ำสู่ทะเลและบำบัดเสีย ดังนี้

 

                                      1.1.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสานปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายพระนาย สุวรรณรัฐ) ในการประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวบรวมและดูแลเครื่องสูบน้ำระหว่างปฏิบัติงานการระบายน้ำลงสู่ทะเล และมอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบริหารจัดการเครื่องสูบน้ำพร้อมปฏิบัติการติดตั้ง และสนับสนุนการดำเนินการ

 

                                      1.1.2 กรมทรัพยากรน้ำ โดยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) ดำเนินการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการดำเนินงานติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล  โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2554 ซึ่งมีผลการดำเนินการงานโดยสรุปดังนี้

 

                                                1) ศูนย์สนับสนุนการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ  จำนวนทั้งสิ้น 216 เครื่อง ซึ่งจำแนกได้ดังนี้  1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 46 จังหวัด  จำนวน 191 เครื่อง  2) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จำนวน 5 เครื่อง  3) สาธารณรัฐประชาชนจีน  จำนวน 20 เครื่อง

 

                                                2) ปัจจุบันจากจำนวนเครื่องสูบน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน 216 เครื่อง เดินทางกลับแล้ว  จำนวน 60 เครื่อง และได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จากการประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน  และกรุงเทพมหานคร โดยติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ  รวมจำนวน   13 จุด จำนวนเครื่องสูบน้ำ 156 เครื่อง

 

                                                3) ศักยภาพการสูบน้ำจากจำนวนเครื่องสูบที่ติดตั้ง 156 เครื่อง มีเครื่องชำรุด (รอการซ่อม) และเตรียมการรอสูบ จำนวน 47 เครื่อง  จึงมีจำนวนเครื่องสูบน้ำที่เดินเครื่องทั้งหมดรวม 109 เครื่อง มีอัตราการสูบน้ำ รวม 595,042 ลูกบาศก์เมตร /วัน 

 

                                                ผลการดำเนินงานสูบน้ำ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 สามารถสูบน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ทั้งสิ้น  17,46,689 ลูกบาศก์เมตร

 

                             1.2 การดำเนินงานตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  (ศปภ.) ที่ 55/2554 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554  มอบหมายการระดมเครื่องสูบน้ำกำหนดโซนนิ่งพื้นที่เป้าหมายการสูบน้ำ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในการกู้พื้นที่ประสบอุทกภัยในบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนี้

 

                                      1.2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์)  ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน เพื่อรวบรวมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่และมอบหมายบุคลากรดูแลเครื่องสูบน้ำระหว่างสูบระบายน้ำ

 

                                      1.2.2 กรมทรัพยากรน้ำ โดยศูนย์สนับสนุนการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำลงทะเลได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ  จำนวนทั้งสิ้น 253 เครื่อง ซึ่งจำแนกได้ ดังนี้   เครื่องสูบน้ำจากภาคเหนือ                     จำนวน 44 เครื่อง เครื่องสูบน้ำจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 61 เครื่อง เครื่อง  เครื่องสูบน้ำจากภาคกลาง  จำนวน 118  เครื่อง  เครื่องสูบน้ำจากภาคตะวันออก จำนวน 12 เครื่อง  เครื่องสูบน้ำจากภาคตะวันตก จำนวน 18 เครื่อง

 

                                      1.2.3 การดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ  เพื่อระบายน้ำในการกู้พื้นที่ประสบอุทกภัย โดยการประสานจังหวัดพื้นที่เป้าหมายที่ยังมีน้ำท่วมขัง รวมจำนวน 13 จุด  มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสร็จแล้ว จำนวน 122 เครื่อง

 

                   2. การกำจัดผักตบชวา ขยะมูลฝอย  และการขุดลอกคลอง เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน “ชาวปากน้ำร่วมใจ คืนคลองสวยน้ำใส  ป้องกันภัยน้ำท่วม” ณ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ ถนนสุขุมวิท  ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ  จังหวัดสมุทรปราการ ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ (นายเชิดศักดิ์ ชูครี) เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทัพเรือ  และประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ  จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,000 คน  ได้ร่วมมือ  ในการกำจัดผักตบชวา  จัดเก็บขยะมูลฝอย  และขุดลอกคลองเลียบชายทะเลริมถนนสุขุมวิท  ให้สามารถรองรับน้ำได้มากขึ้น  เพื่อช่วยการระบายน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

                   3. การตรวจติดตามสภาพความพร้อมการสนับสนุนและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ในการกู้พื้นที่ประสบอุทกภัย

 

                   วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางไปตรวจติดตามสภาพความพร้อมเครื่องสูบน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการประสานงานของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี  ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี (นายวิเชียร พุฒิวิญญู) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ได้นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งในพื้นที่น้ำท่วมขังและเร่งรัดการระบายน้ำตามภารกิจ 

 

 

 

6.      แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู  เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพิ่มเติม

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 274/2554 เรื่อง  แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู เยียวยา  ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพิ่มเติม

 

                   ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 230/2554 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เรียกโดยย่อว่า “กฟย.”  และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Flood  Recovery and Restoration Committee” นั้น

 

                   เพื่อให้การฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ  อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน  และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน   เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (3) (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  จึงให้แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู  เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) เพิ่มเติม ดังนี้ กรรมการ ประกอบด้วย นายบุญทรง  เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

 

                   ทั้งนี้  ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

 

 

7.      แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงแรงงาน)

 

                   คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ดังนี้

 

                   1. นายปกรณ์  อมรชีวิน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

 

                   2. นายพานิช  จิตร์แจ้ง รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

 

                   3. นายพีรพัฒน์  พรศิริเลิศกิจ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

 

                   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

 

 

 

ที่มา : www.thaigov.go.th

 

 

 
wordpress visitor counter
Copyright © 2008. The Federation of Thai Industries
porno izle sitesi isim degisikligine ugrayarak yayin hayatina devam etmektedir iceriginde cok guzel videolar var. sex hikaye erotik hikaye sex hikayeler en kaliteli turkiyenin en basta gelen porno porno izle internette gezerken cok guzel bir turk porno sitesine rastladim gayet zevkli azdirici videolar var porno porno sikis rokettube Sex izle porno
rokettube