วันที่ 22 สิงหาคม 2562

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ลืมรหัสผ่าน

สมัครงาน คลิกที่นี้
คลีนิคแรงงาน
สมัครสมาชิกกับสภาอุตสาหกรรมฯ
สมัครงานสำหรับนักศึกษา
สมัครงานสำหรับคนพิการ


สมัครงานกับสภาอุตสาหกรรมฯ


smartjob
ตลาดงานคนพิการ
ตลาดอาชีพอิสระคนพิการ
มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

มติคณะรัฐมนตรี
มติ ครม. วันที่ 22 พ.ย.54 (ประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
  ที่มา / ผู้แต่ง : ครม.
Download ไฟล์ Download ไฟล์
ขนาดไฟล์ :
   วันที่ : อ. 13 ธันวาคม 2554     วันที่นำขึ้นเว็บไซต์ : อ. 13 ธันวาคม 2554

เรื่อง การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2555

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบตามมติคณะกรรมการค่าจ้างที่เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้มีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองเสนอ  โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราตั้งแต่วันละ 63 – 85 บาท มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป แต่เนื่องจากขณะนี้สถานประกอบกิจการในหลายจังหวัดประสบภาวะวิกฤตอุทกภัย ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูกิจการประมาณ 3 – 6 เดือน จึงให้เลื่อนการใช้บังคับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีระยะเวลาในการปรับตัวหรือฟื้นฟูกิจการ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

                                (1) ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น 79 บาท จากอัตราวันละ 221 บาท เป็นวันละ 300 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7

 

                                (2) ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม เพิ่มขึ้น 85 บาท จากอัตราวันละ 215 บาท เป็นวันละ 300 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.5

 

                                (3) ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดที่เหลือ 70 จังหวัด ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.5 ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดในปี 2554

 

                                (4) ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดที่เหลืออีก 70 จังหวัด ตามข้อ (3.3) อีกครั้ง เป็นวันละ 300 บาท โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 สำหรับจังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่วันละ 300 บาท

 

                                (5) ในปี 2557 และปี 2558 ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัดไว้ที่วันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ

 

                                ทั้งนี้ หากภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีความผันผวนอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการครองชีพของลูกจ้าง คณะกรรมการค่าจ้างสามารถพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2557 และปี 2558 ได้ตามความเหมาะสม

 

 

เรื่อง  แผนงานให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาว ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัด

 

                        คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของแผนงาน โครงการและงบประมาณตามแผนงานช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัด จำนวน 58 จังหวัด เบื้องต้นในชุดแรก ซึ่งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ได้ให้ความเห็นชอบตามกรอบแผนงานทั้ง 3 ด้าน  (ด้านโครงสร้างพื้นฐาน  ด้นเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต) และวงเงินงบประมาณจำนวน 45,413,639,190 บาท  ภายใต้เงื่อนไขคือ  มอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน  (กศอ.)  และคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา  ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.)  และสำนักงบประมาณได้พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมโครงการ งบประมาณ  และบูรณาการเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน  ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ประธานคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู  เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) เสนอ

 

 

เรื่อง ขออนุมัติงบกลางเพื่อให้จังหวัดและส่วนราชการใช้จ่ายในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

 

                   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 รายการงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2554 ไปพลางก่อน วงเงินงบประมาณรวม 2,650 ล้านบาท เพื่อให้จังหวัดและส่วนราชการใช้ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ประธานคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) เสนอ โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 

                   1. จัดสรรให้จังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้สนับสนุนช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย 1 จังหวัด 1 เขต กรุงเทพมหานคร + จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม รวม 25 จังหวัดจังหวัดละ 50 ล้านบาท เป็นเงิน 1,250 ล้านบาท (เพื่อใช้จ่ายสำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชน 1 จังหวัดต่อ 1 เขต ใน 22 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค บางกอกน้อย ภาษีเจริญ หนองแขม บางบอน จอมทอง บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางเขน หลักสี่ จตุจักร ลาดพร้าว ดอนเมือง สายไหม หนองจอก คลองสามวา มีนบุรี คันนายาว และบึงกุ่ม และ อีก 3 จังหวัดสำหรับจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม)

 

                   2. จัดสรรให้ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แห่งละ 100 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แห่งละ 50 ล้านบาท รวมเป็นเงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายสำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย

 

                   3. ให้จังหวัดและส่วนราชการใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเหตุเฉพาะหน้าก่อน และจะต้องควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับงบประมาณอื่นใดของทางราชการ โดยให้กระทรวงที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทำความตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป

 

                   4. การเบิกจ่ายงบประมาณให้จังหวัดและส่วนราชการดำเนินการดังนี้

 

                       4.1 การจัดซื้อจัดจ้างให้ปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ กรมบัญชีกลางที่ กค (กวพ) 0421.3/382 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554

 

                       4.2 ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

 

                       4.3 ค่าใช้จ่ายในการบริหารของส่วนราชการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553

 

                   5. ระยะเวลาในการดำเนินงานและการเบิกจ่าย ให้จังหวัดและส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณดำเนินการได้ไม่ก่อนวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ

 

                   6. ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณควบคุม กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และรายงานการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามที่สำนักงบประมาณกำหนด

 

 

เรื่อง หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

 

                        คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ตามที่สำนักงบประมาณเสนอดังนี้

 

                   สำนักงบประมาณ เสนอว่า เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นดังกล่าว และที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก เป็นไปเท่าที่จำเป็นตามลำดับความสำคัญ และความพร้อมในการดำเนินการของส่วนราชการในการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน สำนักงบประมาณจึงขอเสนอหลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งแบบฟอร์มโครงการฯ จำนวน 3 แบบ ดังนี้

 

                        1. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน

 

                            1) มีความพร้อมของแบบรูปรายการ และประมาณราคา พร้อมทั้งแสดงสถานที่ก่อสร้างให้ชัดเจน

 

                            2) มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหาย

 

                          2.1) เสียหายทั้งหมด 80-100 % (โครงสร้างทั้งหมดเสียหาย ไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้)

 

                          2.2) เสียหายบางส่วน 40-80 % (โครงสร้างบางส่วนเสียหาย แต่ไม่ใช่โครงสร้างหลัก สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้)

 

                          2.3) เสียหายเล็กน้อย ไม่เกิน 40 % (เกิดความเสียหายเฉพาะส่วนที่ไม่กระทบกับโครงสร้างและการใช้งาน)

 

                       3) ต้องไม่เกิดภาระงบประมาณในการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

 

                       4) สรุปทางเลือกในการดำเนินการ

 

                          4.1) ไม่สามารถที่จะใช้งานสิ่งก่อสร้างเดิมได้เลย ต้องก่อสร้างใหม่อย่างเร่งด่วน เห็นควรสนับสนุนงบประมาณ

 

                          4.2) สามารถใช้งานสิ่งก่อสร้างเดิมได้ โดยต้องปรับปรุงหรือซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างเดิมอย่างเร่งด่วน  เห็นควรสนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสม

 

                          4.3) สามารถใช้งานสิ่งก่อสร้างเดิมได้ โดยปรับปรุงเล็กน้อย เห็นควรสนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสม

 

                          4.4) ไม่สามารถที่จะใช้งานสิ่งก่อสร้างเดิมได้เลย ถ้าก่อสร้างใหม่จะใช้เวลามากกว่า 1 ปี เห็นควรเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

                   2. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน

 

                       1) มีข้อมูลแสดงระดับความเสียหายด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน

 

                          1.1) เสียหายทั้งหมด 80-100 % (เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้)

 

                          1.2) เสียหายบางส่วน 40-80 % (เสียหายบางส่วน จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาและเงินลงทุนในการฟื้นฟู)

 

                          1.3) เสียหายเล็กน้อย ไม่เกิน 40 % (เสียหายบางส่วน สามารถดำเนินการได้ทันทีและใช้เงินลงทุนไม่มาก)

 

                       2) มีการแสดงประโยชน์ของโครงการอย่างชัดเจน

 

                       3) มีรายละเอียดแผนการดำเนินงาน ที่แสดงถึง รายละเอียดสถานที่ กิจกรรม ปริมาณกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงานรับผิดชอบ

 

                       4) มีประมาณการรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการ

 

                       5) สรุปทางเลือกในการดำเนินการ

 

                          5.1) มีความพร้อม ความเหมาะสม และความเร่งด่วน เห็นควรสนับสนุนงบประมาณตามคำขอ

 

                          5.2) มีความพร้อมและมีประโยชน์ในบางกิจกรรม เห็นควรสนับสนุนงบประมาณเฉพาะกิจกรรมตามความจำเป็นและเหมาะสม

 

                          5.3) ขาดความพร้อมและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เห็นควรเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

                   3. หลักเกณฑ์การวิเคราะห์โครงการเพื่อจัดลำดับความสำคัญและตรวจสอบความพร้อมด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

 

                            1) มีข้อมูลปริมาณและสถานบุคคลหรือครัวเรือนของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ

 

                       2) มีการแสดงประโยชน์ของโครงการอย่างชัดเจน

 

                       3) มีรายละเอียดสถานที่ กิจกรรม/โครงการ ปริมาณกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และหน่วยงานรับผิดชอบ

 

                       4) มีประมาณการรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการ

 

                       5) สรุปทางเลือกในการดำเนินการ

 

                          5.1) มีความพร้อมและมีประโยชน์สูง เห็นควรสนับสนุนงบประมาณตามคำขอ

 

                          5.2) มีความพร้อมและมีประโยชน์ในบางกิจกรรม เห็นควรสนับสนุนงบประมาณเฉพาะกิจกรรม

 

                          5.3) ขาดความพร้อมและไม่เร่งด่วน เห็นควรเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

 

เรื่อง สรุปผลการหารือเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยฯ

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์) ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอสรุปผลการหารือเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยฯ กรณี การเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การซ่อมรถยนต์ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ทำประกันภัย การซ่อมแซมบ้าน และข้อแนะนำความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้

 

                   ตามที่การเกิดสภาวะอุทกภัยขั้นรุนแรงในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและได้รับความเสียหายจากทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยอย่างกว้างขวาง ประการสำคัญอย่างหนึ่งได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์จมน้ำ ถูกโจรกรรม บ้านที่อยู่อาศัยจมน้ำ ทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ดังกล่าวอาจอยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ หรือเตรียมการที่จะทำการซ่อม ตลอดจนความปลอดภัยจากการใช้เครื่องไฟฟ้า นั้น

 

                   เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์) ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เชิญสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย สมาคมอู่กลางแห่งประเทศไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน และ การไฟฟ้านครหลวง พิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยกรณีเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การเตรียมการซ่อมรถยนต์ การเตรียมการซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า สรุปแนวทางการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยดังกล่าว มีดังนี้

 

                   1. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์

 

                       1.1 ให้มีการยกเว้นค่าติดตามทวงถามและเบี้ยปรับล่าช้าสำหรับลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงระยะเวลาที่เกิดภาวะน้ำท่วม

 

                       1.2 มีแนวทางการพักชำระค่างวดเช่าซื้อ สำหรับลูกหนี้ปกติที่ประสบภัยน้ำท่วม

 

                       1.3 ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระค่างวดเช่าซื้อ

 

                       ทั้งนี้ แต่ละสถาบันจะพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าต่อไป

 

                       1.4 ในส่วนของผู้เช่าซื้อเพื่อการพาณิชย์หรือเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน (Fleet Finance) จะพิจารณาช่วยเหลือตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า

 

                       1.5 ให้มีมาตรการหยุดการทวงถามสำหรับลูกหนี้เช่าซื้อปกติที่ประสบภัยน้ำท่วมและอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม

 

                       1.6 ในกรณีที่ลูกค้าต้องการวงเงินฉุกเฉินเพิ่มเติม หลาย ๆ สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกสมาคม ก็ได้จัดให้มีวงเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน

 

                       1.7 มาตรการอื่น ๆ ตามที่ผู้เช่าซื้อร้องขอโดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

 

                       ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันการเงินที่ให้เช่าซื้อ หรือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย โทร. 0 2655 2040-5

 

                   2. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์

 

                            สมาคมอู่กลางมีสมาชิก 380 แห่ง มีราคากลางเป็นมาตรฐาน

 

                   กรณีรถยนต์ประสบอุทกภัยยังไม่มีราคากลาง แต่จะพิจารณาเป็นกรณีไป และสมาคมยินดีให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกรณีดังกล่าว เช่น ข้อมูลรายละเอียดการซ่อมที่ชัดเจน รายละเอียดของชิ้นงาน ทั้งนี้จะได้ประสานยังสมาชิก ให้รับทราบแนวทางการร่วมมือกับ สคบ. ต่อไป

 

                       การซ่อมรถยนต์ สคบ. มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมหลักฐานการรับเงิน โดยกำหนดให้มีหลักฐานการซ่อม การแสดงราคาค่าอะไหล่ ค่าบริการ ระยะเวลาประกันการซ่อม การแสดงชื่อผู้รับผิดชอบ (ผู้ประกอบการ) ฯลฯ หากฝ่าฝืนไม่ออกหลักฐานการซ่อมตามประกาศดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                   3. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ทำประกันภัย

 

                            3.1 กรณีผู้บริโภคที่ได้ทำการซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์และประสบปัญหาความล่าช้า ผู้บริโภคอาจประสานไปยังบริษัทประกันภัยที่ผู้บริโภคได้ทำประกันภัยไว้หรือสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ ซึ่งโดยปกติผู้ประกอบการที่ทำการรับซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์จะระบุวันเดือนปีที่คาดว่าจะซ่อมแล้วเสร็จไว้เสมอ

 

                       3.2 กรณีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จมน้ำ ขอให้ผู้บริโภคดำเนินการแจ้งไปยังบริษัทประกันภัยที่ทำประกันภัยไว้โดยเร็วที่สุด เพื่อบริษัทประกันภัยจะได้เร่งรีบไปขนย้ายรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ออกจากที่ประสบปัญหาโดยด่วน

 

                       3.3 กรณีผู้บริโภคมีความสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ทุกประเภทที่ผู้บริโภคทำไว้กับบริษัทประกันภัย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ยินดีที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ประสานไปยังบริษัทประกันภัยหรือสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เบอร์โทร 02-645-1133 หรือ สำนักงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โทร. 1186 ก็ได้

 

                   4. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้าน

 

                       สภาพบ้านที่ประสบอุทกภัยอาจมีหลายลักษณะในการซ่อมแซม เช่น น้ำท่วมบ้านทั้งหลัง น้ำท่วมบ้านบางส่วน เป็นต้น กรณีการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้ประสานไปยังสมาชิกของสมาคม จำนวน 43 บริษัท เพื่อเชิญให้เข้าร่วมโครงการซ่อมแซมบ้านผู้ประสบอุทกภัย อยู่ระหว่างการตอบรับยืนยัน แต่ในเบื้องต้นผู้บริโภคอาจขอคำแนะนำจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเพื่อให้คำแนะนำในรายละเอียดที่จะทำการซ่อมแซมบ้านก่อนก็ได้ โดยสามารถสอบถามที่เบอร์โทร. 02-570-0153

 

                   5. คำแนะนำการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัย

 

                       การไฟฟ้านครหลวงได้จัดทำคู่มือคำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติ การใช้ไฟฟ้าก่อนและหลังน้ำท่วม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยในเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควรมีการดำเนินการ ดังนี้

 

                             - การขนย้ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ แผงควบคุมไฟฟ้า ให้พ้นน้ำ

 

                             - กรณีเมื่อน้ำลดลงอยู่ในสภาพปกติแล้ว ก่อนที่ผู้บริโภคจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมหรือใช้ปลั๊กไฟฟ้า ควรให้ผู้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อนใช้เสมอ ไม่ควรใช้ไฟฟ้าก่อนการตรวจสอบเด็ดขาด

 

                             - ขณะนี้การไฟฟ้านครหลวง จะไม่มีการแจ้งหนี้ หรืองดจ่ายกระแสไฟฟ้า หากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใดจะขอตัดกระแสไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวงจะพิจารณาดำเนินการให้เฉพาะรายที่ร้องขอ หรือเป็นกรณีที่หมู่บ้านขอตัดกระแสไฟฟ้า จะต้องเป็นการยืนยัน หรือร้องขอจากคณะกรรมการหมู่บ้านเท่านั้น

 

                             - หากมีข้อสงสัยกรณีดังกล่าวสอบถามที่เบอร์ 1130 หรือ 02-256-3257

 

 

เรื่อง การดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี

 

                   คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอดังนี้

 

                   สาระสำคัญของเรื่อง

 

                   ธปท. รายงานว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยเป็นต้นมา ธปท. สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้มีการประชุมร่วมกันผ่านระบบ Video Conference ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ โดยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และร่วมหารือถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดย ธปท. ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยและเตรียมความพร้อมในด้านระบบการชำระเงิน การเบิกจ่ายเงินสด และการดูแลสภาพคล่องของระบบการเงินโดยสรุป ดังนี้

 

                   1. การช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย

 

                             1.1 วันที่ 6 ตุลาคม 2554 ขอความร่วมมือสถาบันการเงิน บริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน บริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและสนับสนุนให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น พิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เป็นต้น และให้ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้ บัตรเครดิตขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้างได้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2555

 

                             1.2 วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ประสานงานกับสมาคมธนาคารไทยแล้วแจ้งว่า ธนาคารสมาชิกทุกแห่งเห็นชอบที่จะกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า SMEs และลูกค้าบุคคลที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัย ได้แก่ การผ่อนผันการชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยเป็นเวลาสูงสุด 6 – 12 เดือน การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ให้สอดคล้องตามความสามารถในการชำระหนี้ และการให้สินเชื่อเพิ่มเพื่อฟื้นฟูกิจการในอัตราดอกเบี้ยพิเศษโดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและได้รับความเสียหายมาก ธนาคารพาณิชย์จะพิจารณาพิเศษเป็นรายกรณี

 

                             1.3 วันที่ 19 ตุลาคม 2554 ธปท. ได้ทบทวนหลักเกณฑ์ในการจัดชั้นและกันเงินสำรองให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยให้สถาบันการเงินสามารถคงสถานะการจัดชั้นลูกหนี้เช่นเดิมเหมือนที่เคยจัดชั้นอยู่ก่อนการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้ไม่ถูกจัดเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) และให้ถือว่ามาตรการในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การให้สินเชื่อใหม่ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษรวมถึงการลดเงินต้นและ/หรือ ดอกเบี้ย หรือ Reschedule เป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั่วไปตามแนวนโยบายของ ธปท. สำหรับลูกหนี้ประเภทบัตรเครดิตนั้น ได้ผ่อนผันหลักเกณฑ์เพิ่มโดยช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยให้สถาบันการเงินลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง

 

                             1.4 ธปท. ได้ติดตามการดำเนินการของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (บริษัท) ทราบว่าบริษัทฯ ได้มีการตกลงกับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลเครดิต โดยหากลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยสามารถชำระหนี้ได้ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงใหม่ หรือข้อผ่อนผันที่สถาบันการเงินผ่อนผันให้กับลูกค้าให้รายงานข้อมูลภายใต้สถานะบัญชีปกติแทนการรายงานว่าลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้

 

 

                   2. มาตรการอื่นเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์อุทกภัย

 

                             2.1 ด้านระบบการชำระเงิน เช่น ระบบการโอนเงินระหว่างธนาคาร ระบบบาทเน็ต และระบบการหักบัญชีเช็ค ธปท. ได้เตรียมศูนย์สำรองไว้ที่พุทธมณฑลสาย 7 ในส่วนระบบรองรับการโอนเงินรายย่อยข้ามธนาคาร ธปท. ได้ประสานงานกับผู้ให้บริการระบบให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งศูนย์หลักและศูนย์สำรอง

 

                             2.2 ด้านการดูแลสภาพคล่องของระบบการเงิน ธปท. ยังทำธุรกรรมตามปกติเพื่อดูแลสภาพคล่องทั้งเงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และสามารถทำธุรกรรมทั้งจากศูนย์หลักและศูนย์สำรอง นอกจากนี้ ธปท. ได้สื่อสารให้ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้ในบัญชีที่ ธปท. เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถเบิกถอนได้ตามต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้เบิกถอนเงินสดสำรองเพิ่มขึ้น

 

                             2.3 ด้านการสำรองธนบัตร ธปท. ได้เตรียมธนบัตรไว้เพื่อการเบิกถอนธนาคารต่าง ๆ อย่างเพียงพอ และสำรองไว้ที่ศูนย์จัดการธนบัตรซึ่งการคมนาคมสะดวกกว่า เช่น ศูนย์จัดการธนบัตรระยอง และศูนย์จัดการธนบัตรนครราชสีมา

 

 
wordpress visitor counter
Copyright © 2008. The Federation of Thai Industries
porno izle sitesi isim degisikligine ugrayarak yayin hayatina devam etmektedir iceriginde cok guzel videolar var. sex hikaye erotik hikaye sex hikayeler en kaliteli turkiyenin en basta gelen porno porno izle internette gezerken cok guzel bir turk porno sitesine rastladim gayet zevkli azdirici videolar var porno porno sikis rokettube Sex izle porno
rokettube